เทคโนโลยีในรถยนต์กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รถรุ่นใหม่ๆ ต่างมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยมาให้เลือกใช้อย่างมากมาย Ford Everest รถอเนกประสงค์ที่พึ่งได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี Car of the Year 2016 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย(สรยท.) นับเป็นอีกรุ่นที่มีความทันสมัย และให้ความคุ้มค่าอย่างเต็มที่ด้วยฟีเจอร์สุดไฮเทคเช่น ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) และ ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert) และล่าสุดฟอร์ด เอเวอเรสต์ ปี 2016 ได้รับการเพิ่ม 5 ฟีเจอร์เด่นๆ ที่เรียกว่าเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ Advanced Driving Assist Technology ขึ้นมาจากเอเวอเรสต์ ปี 2015 ดังนี้

– ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
– ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
– ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
– ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

และที่น่าดีใจก็คือรถกระบะพันธ์แกร่ง Ford Ranger รุ่น Wildtrak 3.2L ที่ผลิตในปี 2016 ก็มีฟีเจอร์เหล่านี้มาให้ใช้เหมือนกันด้วย

 

เรามาดูแต่ละเทคโนโลยีกันครับว่ามีการทำงานอย่างไร และช่วยเหลือให้เราขับขี่ได้สะดวกสบาย ปลอดภัยยิ่งขึ้นได้อย่างไร

ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)

เคยมั้ยครับเวลาที่เราใช้ระบบ Cruise Control แล้วรถคันหน้าลดความเร็วจนเราต้องเหยียบเบรกทำให้ระบบ Cruise Control ถูกยกเลิกไป ก็ต้องมานั่งกดเริ่มต้นกันใหม่ บ่อยๆ ครั้งเข้าเราก็ขี้เกียจไม่ใช้มันแล้วดีกว่า

ระบบ Adaptive Cruise Control คือระบบที่พัฒนาไปอีกขึ้น ช่วยให้เรารักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้โดยไม่ต้องเหยียบเบรกอย่างพร่ำเพรื่อ การทำงานของระบบนี้ใช้เรดาห์ที่ติดตั้งอยู่หน้ารถวัดระยะห่าง เมื่อรถของเราเข้าใกล้รถคันหน้าจนถึงระยะห่างที่ตั้งไว้ ระบบจะเริ่มปรับความเร็วลงเพื่อรักษาระยะ

ยกตัวอย่าง รถของเราได้ตั้งระดับความเร็วไว้และวิ่งอยู่ที่ 100 กม./ชม. แต่รถคันหน้าเบรกและลดความเร็วลงเหลือ 80 กม./ชม.  โดยปกติเราจะต้องเหยียบเบรกตามเพื่อไม่ให้รถของเราพุ่งชนท้ายรถคันข้างหน้า

แต่ในระบบ Adaptive Cruise Control เรดาห์จะตรวจจับได้ว่าระยะห่างระหว่างรถเราและรถข้างหน้ากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว และส่งสัญญาณให้รถต้องลดความเร็วลงแล้วนะเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย โดยการเบรกจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
Adaptive Cruise Control

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)

ระบบช่วยรถให้อยู่ในเลนในฟอร์ด เอเวอเรสต์คือ ระบบที่ช่วยบังคับรถให้อยู่ในเลน ซึ่งแตกต่างจากระบบแจ้งเตือนว่ารถกำลังออกนอกเลน เพราะมันไม่แค่แจ้งเตือนบนหน้าจอว่ารถกำลังออกจากเลน แต่ระบบยังช่วยบังคับพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในเลนที่ถูกต้องด้วย ถือว่าเป็นระบบเซฟตี้ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในเวลาที่เราเผลอหรือวูบหลับไป  แต่ระบบนี้ก็ต้องพึ่งพาอาศัยเจ้าเส้นจราจรบนถนนอย่างน้อยก็จะต้องมีเส้นให้ตรวจจับสัก 1 เส้น

ระบบทำงานร่วมกับกล้องที่ติดตั้งอยู่บริเวณกระจกมองหลังเพื่อตรวจจับหาเส้นแบ่งเลนบนพื้นถนนข้างหน้า โดยระบบจะสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ขับขี่กำลังเบนรถออกจากเลนโดยตั้งใจหรือไม่ จากนั้นจึงเปรียบเทียบข้อมูลจากกล้องกับมุมและแรงบิดของพวงมาลัย หากระบบพบว่าผู้ขับขี่กำลังเปลี่ยนเลนโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะเข้าควบคุมแรงบิดของพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าเพื่อดึงรถกลับเข้าสู่เส้นทางเดิม หากรถยังคงเคลื่อนออกนอกเลน สัญญาณเตือนการเปลี่ยนเลนจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยระบบสั่นที่พวงมาลัย
Lane Keeping System

ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)

ระบบเตือนการชนด้านหน้าใน Ford Everest และ Ford Ranger แบบนี้เป็นของใหม่ที่ฟอร์ดพึ่งนำมาใช้ในรถที่ขายในประเทศไทย และแตกต่างจากระบบป้องกันการชนด้านหน้าที่ติดตั้งใน Ford Focus ซึ่งเบรกรถให้เราจนรถหยุด แต่จะทำงานที่ความเร็วต่ำ

ระบบเตือนการชนด้านหน้าใช้เรดาร์บริเวณหน้ารถเพื่อวัดระยะห่างของรถกับวัตถุที่เคลื่อนที่อยู่ด้านหน้า โดยจะเริ่มทำงานตั้งแต่ความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ทำให้ไม่ว่าจะขับรถเร็วแค่ไหนระบบนี้ก็ยังจะทำงานช่วยเตือนคุณอยู่ หากระบบพบว่ารถเราเข้าไปใกล้รถคันหน้ามากเกิดไป ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมกระพริบไฟบนกระจกด้านหน้าและแสดงข้อความเตือนบนหน้าจอแสดงข้อมูล ระบบจะช่วยเตรียมพร้อมชาร์จแรงเบรกไว้ให้ ทำให้คุณสามารถหยุดรถได้อย่างรวดเร็วเมื่อแตะเบรก ลดความเสียหายจากการกระแทกหรือหลีกเลี่ยงโอกาสการชนโดยสิ้นเชิง
Forward Collision Warning

ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

ถ้วยกาแฟขึ้นมาที่จอเมื่อไหร่หมายถึงคุณควรจะหยุดพักรถได้แล้วนะ พักทานกาแฟ ยืดเส้นยืดสาย พักจากการขับขี่ก่อนเถอะ เจ้าถ้วยกาแฟนี้จะขึ้นมาที่หน้าจอเมื่อระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า อย่านึกนะครับว่าขับรถเป๋ไปเป๋มาโดยไม่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวแล้วระบบนี้จะไม่รู้ เพราะกล้องที่ติดตั้งอยู่บริเวณกระจกหน้าบันทึกตำแหน่งเลนที่รถวิ่งอยู่ ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ควบคุม เช็คตำแหน่งรถที่ควรจะเป็น หากไม่ตรงกับตำแหน่งรถจริง ระบบจะส่งสัญญาณเตือน และให้ผู้ขับขี่กดปุ่ม OK เพื่อหยุดสัญญาณเตือน หากผู้ขับขี่ไม่มีการตอบรับสัญญาณเตือนรอบที่สอง ระบบจะเตือนจนกว่าคุณจะหยุดรถและเปิดประตูรถ เสียงเตือนจึงจะเงียบลง
Driver Alert System

ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)

ระบบนี้ทำงานที่ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป และมีประโยชน์มากในการขับขี่ตอนกลางคืน เพราะเมื่อมีรถสวนมาระบบจะปรับไฟสูงให้เป็นไฟต่ำโดยอัตโนมัติ โดยมีกล้องที่ติดตั้งอยู่ที่กระจกมองหลังทำการตรวจสอบสภาวะต่างๆ บนถนนอย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาว่าเมื่อใดต้องเปิดหรือปิดไฟสูง เมื่อบริเวณนั้นมืดมากพอและไม่มีแสงไฟจากรถคันอื่นๆ โดยรอบ ระบบก็จะเปิดไฟสูงให้เหมือนเดิม

Auto High Beam

 

สำหรับประเทศที่ติดอันดับเรื่องการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ผมคงต้องบอกว่าน่าเสียดายมากๆ หากเทคโนโลยีที่มีในรถก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่เทคโนโลยีเหล่านี้หากเรียนรู้การใช้งานจะสามารถช่วยเหลือให้การขับรถเป็นเรื่องที่สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ โอกาสหน้าน่าจะได้นำเสนอวิธีการใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้กันต่อไปครับ